คำถามที่พบบ่อย

การเลือกซื้อเครื่องอ่านบาร์โค้ด

1D / 2D barcode คืออะไร?

บาร์โค้ด 1 มิติ (1 Dimension Barcode)
บาร์โค้ด 1 มิติมีลักษณะเป็นแถบประกอบด้วยเส้นสีดำสลับกับเส้นสีขาว ใช้แทนรหัสตัวเลขหรือตัวอักษรโดยสามารถบรรจุข้อมูลได้ประมาณ 20 ตัวอักษร การใช้งานบาร์โค้ดมักใช้ร่วมกับฐานข้อมูลคือเมื่ออ่านบาร์โค้ดและถอดรหัสแล้วจึงนำรหัสที่ได้ใช้เรียกข้อมูลจากฐานข้อมูลอีกต่อหนึ่ง บาร์โค้ด 1 มิติมีหลายชนิด เช่น UPC EAN-13 หรือ ISBN ดังรูปที่ 1 เป็นต้น ซึ่งบาร์โค้ด 1 มิติเหล่านี้สามารถพบได้ตามสินค้าทั่วไปในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือห้างสรรพสินค้า

บาร์โค้ด 2 มิติ  (2 Dimension Barcode)
บาร์โค้ด 2 มิติเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาเพิ่มเติมจากบาร์โค้ด 1 มิติ โดยออกแบบให้บรรจุได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน [1] ทำให้สามารถบรรจุข้อมูลมากได้ประมาณ 4,000 ตัวอักษรหรือประมาณ 200 เท่าของบาร์โค้ด 1 มิติในพื้นที่เท่ากันหรือเล็กกว่า ข้อมูลที่บรรจุสามารถใช้ภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษได้ เช่น ภาษาญี่ปุ่น จีน หรือเกาหลี เป็นต้นและบาร์โค้ด 2 มิติสามารถถอดรหัสได้แม้ภาพบาร์โค้ดบางส่วนมีการเสียหาย อุปกรณ์ที่ใช้อ่านและถอดรหัสบาร์โค้ด 2 มิติมีตั้งแต่เครื่องอ่านแบบซีซีดีหรือเครื่องอ่านแบบเลเซอร์เหมือนกับของบาร์โค้ด 1 มิติจนถึงโทรศัพท์มือถือแบบมีกล้องถ่ายรูปในตัวซึ่งติดตั้งโปรแกรมถอดรหัสไว้ ในส่วนลักษณะของบาร์โค้ด 2 มิติมีอยู่อย่างมากมายตามชนิดของบาร์โค้ด เช่น วงกลม สี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสี่เหลี่ยมผืนผ้าคล้ายกับบาร์โค้ด 2 มิติ ดังรูปที่ 2 เป็นต้น ตัวอย่างบาร์โค้ด 2 มิติ ได้แก่ PD417, MaxiCode, Data Matrix, และ QR Code

 
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ. (2011). แนะนำเทคโนโลยีบาร์โค้ด. Web site: http://www.nstda.or.th/nstda-knowledge/2866-2d-barcode​

ควรเลือก 1D หรือ 2D scanner?

1D Barcode

เหมาะกับ Laser Scanner และ Multi-lines Scanner

2D Barcode

เหมาะกับ Imager Scanner และ Imager Scaaner นี้ สามารถอ่านได้ทั้ง 1D และ 2D barcode ในขณะที่ Laser Scanner และ Multi-lines Scanner สามารถอ่านได้แค่ 1D barcode เท่านั้น

Barcode Scanner มีกี่ประเภท? ควรเลือกอย่างไร?

Barcode Scanner มี 6 ประเภท

ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะการใช้งาน เช่น

  • การใช้งานหนัก อาจมีการตก หรือกระแทกของ Scanner ควรเลือก Barcode Scanner สำหรับงานอุตสาหกรรม เพื่อความทนทาน
  • งานหน้าร้าน ที่มีจำนวนการ scan มาก เหมาะกับ Barcode Scanner แบบตั้งโต๊ะ เพราะไม่จำเป็นต้องถือ และ สามารถ scan ได้เร็ว

การเลือกซื้อเครื่องพิมพ์บาร์โค้ด

Direct และ Thermal Transfer แตกต่างกันอย่างไร?

Thermal Transfer Printer

เครื่องพิมพ์จะใช้ความร้อนจากหัวพิมพ์ส่งผ่านไปยัง ริบบอน (แผ่นหมึก) และเมื่อหมึกโดนความร้อนจะติดไปที่กระดาษ การพิมพ์แบบ Thermal Transfer นี้คุณภาพงานพิมพ์จะคงทนมากกว่าแบบ Direct Thermal จึงเหมาะกับงานที่บาร์โค้ดอาจโดนเสียดสี หรือต้องการให้ติดทนนาน เช่น งานในคลังสินค้า ฉลากสินค้า เป็นต้น

 

Direct Thermal Printer

เครื่องพิมพ์จะใช้ความร้อนจากหัวพิมพ์ ส่งตรงไปยังกระดาษเลย (ไม่ต้องใช้ริบบอน) แต่กระดาษที่ใช้ต้องเป็นกระดาษประเภท Direct thermal เท่านั้น การพิมพ์ประเภทนี้ เหมาะกับงานที่ไม่จำเป็นต้องมีความคงทนของงานพิมพ์มากนัก หรือ งานโรงพยาบาลที่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงฝุ่นจากผงริบบอน เช่น งานพิมพ์ฉลากต่างๆ ในโรงพยาบาล ใบเสร็จรับเงิน ตั๋วภาพยนตร์ เป็นต้น

 

เลือกเครื่องพิมพ์บาร์โค้ด ให้คุณสมบัติตรงกับการใช้งานอย่างไร?

1. เลือกเครื่องพิมพ์บาร์โค้กตามลักษณะงาน

  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบพกพา เหมาะสำหรับงานที่ต้องเคลื่อนที่ ตัวเครื่องสามารถเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ได้
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบ Desktop เหมาะสำหรับงานขนาดเล็ก-กลาง เช่น งานพิมพ์ในร้านค้า งานพิมพ์ตั๋ว หรือฉลากต่างๆ
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบอุตสาหกรรม เหมาะสำหรับงานขนาดกลาง-หนัก เช่น งานในโรงงานอุตสาหกรรม หรือ Logistics ที่ต้องพิมพ์จำนวนมากๆ และต้องการความทนทานของตัวเครื่องสูง

2.  เลือกขนาดหน้ากว้างของกระดาษ

ปัจจุบันเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดสามารถรองรับขนาดกระดาษได้ ดังนี้

  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบพกพา: 3" และ 4"
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบ Desktop: 2"- 4"
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบอุตสาหกรรม: สูงสุด 4"

3.  ความเร็วในการพิมพ์

ปัจจุบันเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดสามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ ดังนี้

  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบพกพา: 2-3 ips
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบ Desktop: 4-8 ips
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบอุตสาหกรรม: 4-12 ips

*ips = inches per second (นิ้ว/วินาที)

4.  ความละเอียดของงาน

ปัจจุบันเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดสามารถพิมพ์ในความละเอียดที่สูงสุดได้ ดังนี้

  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบพกพา: 203DPI
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบ Desktop: 203 - 600 DPI
  • เครื่องพิมพ์บาร์โค้ด แบบอุตสาหกรรม: 203 - 600 DPI

*DPI = dot per inche (dot/นิ้ว)

การใช้งานเครื่องพิมพ์บาร์โค้ดเบื้องต้น

Alpha 3R - ใส่ Battery อย่างไร?

Alpha 3R - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

Alpha 4L - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

Alpha 4L - เปลี่ยนม้วนกระดาษแบบลอกสติ๊กเกอร์อัติโนมัติอย่างไร?

ME240 - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

ME240 - เปลี่ยนม้วนริบบอนอย่างไร?

TA200/TA210 - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

TA200/TA210 - เปลี่ยนม้วนริบบอนอย่างไร?

TTP-247 - เปลี่ยนม้วนริบบอนอย่างไร?

TTP-247 - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

TTP-247 - เปลี่ยนม้วนกระดาษใน Cutter Mode อย่างไร?

TTP-247 - เปลี่ยนม้วนกระดาษแบบลอกสติ๊กเกอร์อัติโนมัติอย่างไร?

TTP-247 - จับ Gap / Self Test / Calibrate Ribbon และ Black Mark อย่างไร?

TTP-247 - เปิด/ปิดฝาเครื่องอย่างถูกต้องอย่างไร?

TTP-2410M - Care Label Cutter ติดตั้งอย่างไร?

TTP-2410M - Cutter Module ติดตั้งอย่างไร?

TTP-2410M - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

TTP-2410M - เปลี่ยนม้วนริบบอนอย่างไร?

TTP-2410M - เปลี่ยนม้วนกระดาษแบบลอกสติ๊กเกอร์อัติโนมัติอย่างไร?

TTP-2410M PRO - เปลี่ยนม้วนกระดาษอย่างไร?

TTP-2410M PRO - เปลี่ยนม้วนกระดาษใน Rewind Mode อย่างไร?

TTP-2410M PRO - เปลี่ยนม้วนริบบอนอย่างไร?